ประเพณีตีช้างน้ำนอง ประเพณีทางน้ำที่มีความสำคัญของชาวมุกดาหาร

ประเพณีตีช้างน้ำนอง เป็นพิธีที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราญ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระแม่คงคา เทวดา และ รวมไปจนถึงการบวงสรวงพญานาค และ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองทั้งบนบก และ ในน้ำ โดยเรือที่เข้าร่วม และ แต่แข่งขันแต่ละรำจะต้องนำเรือมาร่วมทำพิธีก่อน โดยไปรวมกัน ณ ท่าน้ำที่เป็นจุดศูนย์รวมก่อนที่จะพายเรือล่องตามลำน้ำโขง ในระหว่างการพายเรือนั้นจะมีการโห่ร้อง ตีกลอง เคาะเกราะ เป็นจังหวะเพื่อเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยในน่านน้ำ

ประเพณีตีช้างน้ำนอง มีประวัติความเป็นมาอย่างไร?

มูลเหตุของการเรียก พิธีตีช้างน้ำนอง นั้นมาจากลักษณะของการใช้ไม้พายของลูกเรือในการพายเรือจ้ำลงไปในน้ำอย่างพร้อมเพรียงกัน และ เมื่อลูกเรือทำการยกไม้พายขึ้นมาเหนือพื้นน้ำก็จะทำให้เกิดฝอยน้ำแตก และ กระเซ็นขึ้นบนอากาศ โดยลักษณะเช่นนี้ในสมัยโบราณเปรียบเสมือนกับโขลงช้างกำลังเล่นน้ำอยู่นั่นเอง จึงทำให้น้ำในบริเวณนั้นเกิดเป็นคลื่นใหญ่ ซัดเข้ากระทบฝั่งจนเกิดเสียงดัง ซึ่งคนโบราณได้ทำการเปรียบลักษณะดังกล่าวว่าเป็น พิธี”ตีช้างน้ำนอง” โดยนับแต่นั้นเป็นต้นมาในการแข่งขันเรือออกพรรษาจึงมีพิธีตีช้างน้ำนองขึ้นในระหว่างการจัดงานแข่งขันเรือออกพรรษาในลำน้ำโขงของชาวมุกดาหาร และ แขวงสะหวันนะเขตในทุกๆปี ซึ่งถือได้ว่าเป็นประเพณีที่ได้กำเนิดขึ้นที่เมืองมุกดาหารเป็นแห่งแรก และ เป็นแห่งเดียวในประเทศไทย

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าในช่วงเริ่มต้นแห่งฤดูฝน สายน้ำโขงนั้นจะมีสีขุ่น และ ไหลแรงไปเรื่อยตามกระแสน้ำ โดยสิ่งที่เห็นได้ชัดเลย คือ ระดับน้ำที่สูงขึ้นใกล้เต็มตะลิ่ง ซึ่งนั้นก็ใกล้กับเวลาที่ชาวบ้านทั้งสองริมฝั่งโขงจะมาร่วมแรง ร่วมใจ ช่วยลุ้น และ ผลัดกันส่งเสียงร้องเพื่อให้กำลังใจเหล่าฝีพายจากที่ต่างๆที่มาพร้อมกัน เพื่อที่จะช่วงชิงชัยจ้าวแห่งสายน้ำ ณ เมืองมุกดาหาร ซึ่งเป็นประเพณีที่มีเอกลักษณ์แบบไม่เหมือนใครจนกลายเป็นประเพณีของไทยที่ได้ปฎิบัติ และ ทำการสืบทอดต่อกันมาทุกครั้ง

เป็นพิธีแข่งเรือออกพรรษาไทย-ลาว ที่มีขบวนเรทอกว่า 30 ลำ มาเข้าร่วมพิธี โดยมีการเริ่มต้นเอาฤกษ์เอาชัยด้วย ขบวนเรือที่เข้ามาแข่งขัน ซึ่งที่ทุกลำต่างมารวมตัวพร้อมเพียงกัน ณ ท่าน้ำวัดศรีมงคลเหนือ จากนั้นขบวนเรือก็เริ่มออกจากท่าน้ำผ่านกองอำนวยการบริเวณศาลาเรารักมุกดาหาร ตลาดอินโดจีน ซึ่งขบวนเรือพาย เรือล่องตามลำน้ำโขงทุกฝีพายต่างก็ต่างทำการโห่ร้อง ตีกลอง เคาะเกราะ จนเกิดเป็นจังหวะที่ฟังแล้วดูขึงขัง เพื่อทำการประกอบพิธีสักในการะพระแม่คงคา เทวดา พญานาค รวมไปจนถึงบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองทั้งที่อยู่ทางบก และ ทางน้ำ

ในช่วงช่วงจังหวะที่ไม้พายได้จ้วงลงในพื้นน้ำ และ ทำการยกขึ้น สายน้ำก็จะเกิดการสาดกระเซ็นจนเป็นละออง ราวกลับโขช้างลงใหญ่กำลังเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน จนทำให้เกิดระลอกของคลื่นซัดเข้ากระทบไปยังชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เกิดเสียงดังจนคล้ายเสียงช้างร้องนั่นเอง

ในการแข่งขันเรือก็ได้มีการแห่งอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยพิธีในการอัญเชิญถ้วยพระราชทาน เครื่องเกียรติยศ นำหน้าขวบน เหล่าฝีพายก็โห่ร้องอย่างดังสนั่นจนก้องไปทั่วทั้งลำน้ำโขง นับได้ว่าเป็นช่วงเวลาอันศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้สายตาทุกคู่นั้นเหมือนกำลังถูกมนต์สะกดให้ทุกคนได้จับจองอยู่ที่พิธีกรรมที่เกิดจากความร่วมใจของขาวมุกดาหาร ที่ยังคงสานต่องานประเพณีไทยอันทรงคุณค่านี้สืบไป

นับได้ว่าเป็นบรรยากาศที่แสดงออกถึงความร่วมมือร่วมใจ และ ความสามัคคีของชาวเรือที่อยู่ในแหล่งในบริเวณของลุ่มแม่น้ำโขง ถึงแม้ว่าในสนามจะแข่งขันกันเพื่อจะเป็นเจ้าแห่งสายน้ำ แต่ในเวลาของพิธีกรรมนั้นถือได้ว่าเป็นห่วงเวลาอันศักดิ์สิทธิ์ และ ยังแสดงออกให้เห็นถึงความสามัคคี ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาวบ้าน ท่ามกลางสายตาของผู้คน และ กองเชียร์นับพันบนฝั่งแม่น้ำ