ประเพณีบุญบั้งไฟ มีตำนานและจุดเด่นของพิธีกรรมอย่างไร?

ประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นประเพณีที่มีความสำคัญของชาวอีสานตลอดไปจนถึงประเทศลาว โดยชาวอีสานมีความเชื่อกันว่าหากปีไหนไม่จัดงานบุญบั้งไฟ ฟ้าฝนก็จะไม่ตกต้องตามฤดูกาล เกิดความแห้งแล้ง ไม่มีน้ำท่าไว้ทำนา แต่หากปีไหนได้จัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ฟ้าฝนก็จะตกต้องตามฤดูกาล และ เกิดความอุดมสมบูรณ์รวมไปจนถึงการปราศจากโรคภัย งานบุญบั้งไฟจึงถือได้ว่าเป็นประเพณีประจำปีที่มีความสำคัญของชาวอีสานพอถึงวันงานชาวอีสานที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็จะต้องกลับบ้านไปร่วมงานบุญบั้งไฟ โดยถือว่าเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงความรัก และ ความสามัคคีของผู้คนในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี

ประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นประเพณีที่มีความสำคัญของชาวอีสาน

ตำนานของประเพณีบุญบั้งไฟเล่าว่า เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าได้ถือชาติกำเนิดเป็นพญาคางคกได้อาศัยอยู่ใต้ร่มโพธิ์ใหญ่ในเมืองพันธุมวดี ด้วยเหตุใดไม่แจ้งพญาแถนเทพเจ้าแห่งฝนที่มีความโกรธเคืองโลกมนุษย์มากจึงทำการแกล้งไม่ให้ฝนตกนานถึง 7 เดือน และ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดความลำบากยากแค้นแสนสาหัสแก่เหล่ามวลมนุษย์รวมไปจนถึงสัตว์ และ พืชก็พากันล้มตายอย่างเป็นจำนวนมาก ซึ่งพวกที่แข็งแกร่งก็รอดตาย และ ได้พากันมารวมกลุ่มอยู่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่กับพญาคางคก สรรพสัตว์ทั้งหลายได้มีการหารือกันเพื่อจะทำการหาวิธีในการปราบพญาแถน จึงได้ทำการประชุม และ ตกลงกันให้พญานาคีทำการยกทัพไปรบกับพญาแถน แต่ก็ต้องมีอันพ่ายแพ้ จากนั้นจึงให้พญาต่อแตนทำการยกทัพเพื่อไปปราบพญาแถนแต่ก็ต้องพ่ายแพ้กลับมาอีกเช่นเดิม จึงทำให้พวกสรรพสัตว์เกิดความท้อถอย และ หมดกำลังใจ และ ได้แต่รอคอยวันตาย

ในที่สุดพญาคางคกจึงขออาสาไปรบกับพญาแถน และ ได้ทำการวางแผนรบโดยให้ปลวกทั้งหลายก็จอมปลวกขึ้นไปจนถึงเมืองพญาแถนเพื่อเป็นเส้นทางให้บรรดาสรรพสัตว์ได้เดินทางไปสู่เมืองพญาแถน โดยมีมอด แมลงป่อง ตะขาบ ซึ่งมอดก็ได้รับหน้าที่ในการกัดเจาะด้ามอาวุธที่ทำด้วยไม้ทุกชนิด ส่วนแมลงป่อง และ ตะขาบก็ให้ทำการซ่อนตัวอยู่ตามกองฟืนที่ใช้หุงต้มอาหาร และ อยู่ตามเสื้อผ้าของไพร่พลพญาแถนโดยทำหน้าที่ในการกัดต่อย หลังจากการวางแผนเรียบร้อยกองทัพพญาคางคกก็ได้เดินทางเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในการรบ มอดก็ทำหน้าที่กัดเจาะด้านอาวุธ แมลงป่อง และ ตะขาบก็ทำการกัดต่อยไพร่พลของพญาแถนจนเจ็บปวดร้องระงมจนกองทัพระส่ำระสาย ในที่สุดพญาแถนจึงได้ยอมแพ้ และ ทำการตกลงทำสัญญาสงบศึกกับพญาคางคกดังนี้

  • ถ้ามวลมนุษย์ทำการจุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้าเมื่อใดก็ให้พญาแถนสั่งให้ฝนตกในโลกมนุษย์
  • ถ้าได้ยินเสียงกบหรือเสียงเขียดร้องให้รับรู้ว่าฝนได้ตกลงมาแล้ว
  • ถ้าได้ยินเสียงธนูหรือเสียงโหวตให้ฝนหยุดตกเพราะจะเข้าสู่ฤดูในการเก็บเกี่ยวหลังจากที่ได้สัญญากันแล้วพญาแถนจึงได้ถูกปล่อยตัวและได้ไปปฏิบัติตามสัญญามาจนถึงบัดนี้

รูปแบบของงานบุญบั้งไฟ

การจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟของจังหวัดยโสธรก็ยังได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยมีการประชาสัมพันธ์งานประเพณีให้เป็นที่รู้จักแก่ชาวไทย และ ต่างประเทศ นับตั้งแต่ปี 2523 งานประเพณีบุญบั้งไฟของจังหวัดยโสธรก็ได้ทำการจัดขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ของสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมในทุกปี ซึ่งภายในงานยังมีความโดดเด่นของการประกวดบั้งไฟ และ บรรดาของกองเชียร์จำนวนมากที่มารวมตัวกันรวมไปจนถึงการแห่บั้งไฟ และ ขบวนบั้งไฟแบบโบราณ การรำเชิ้งแบบโบราณจากทั้ง 9 อำเภอของจังหวัดยโสธรที่มาเข้าร่วมในงานด้วย 

ประเพณีบุญบั้งไฟจะทำการแบ่งออกเป็นงานใหญ่ๆทั้งหมด 2 งานด้วยกัน คือ

  • วันที่หนึ่งจะทำการเริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 10:00 น ด้วยการแห่บั้งไฟสวยงามไปตามท้องถนนสายหลักใจกลางเมือง ซึ่งชาวบ้านจากมุมต่างๆก็จะนำบั้งไฟขึ้นขบวนรถ และ ทำการตกแต่งประดับประดาอย่างสวยงามเป็นลวดลายไทยแบบงามวิจิตร และ ทำการนำแห่ด้วยขบวนรำประกอบดนตรีพื้นเมือง โดยบนขบวนรถก็จะมีธิดาบั้งไฟโก้เทพบุตรเทพธิดาตัวน้อยรวมไปจนถึงเรื่องราวในการจำลองนิยายพื้นบ้านเรื่อง ท้าวผาแดง นางไอ่ เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีรีวิวประเภทเนื้อหาสาระตลกขบขันต่างๆที่ได้เปิดโอกาสให้ชาวเมืองที่ต่างอายุกันได้มีโอกาสเข้าร่วมงานมาประกวดประชันกันอย่างสนุกสนาน
  • วันที่สองก็จะเริ่มต้นกันตั้งแต่เช้าที่สวนพญาแถน ซึ่งจะเป็นการประกวดการจุดบั้งไฟ และ มีการประกวดบั้งไฟขึ้นสูง และ บั้งไฟแฟนซีต่างๆ ซึ่งในขณะที่ชาวคุ้มต่างๆก็จะทำการยกขบวนออกมาร้องรำทำเพลงกันตลอดทั้งวันอย่างสนุกสนาน