อุ้มพระดำน้ำ ประเพณีสุดแปลกหนึ่งเดียวในโลกของจังหวัดเพชรบูรณ์

อุ้มพระดำน้ำ เป็นประเพณีที่มีความสำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีการสืบทอดกันมาอย่างช้านาน และ นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเพณีที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม โดยมีเพียงที่เดียว และ แห่งเดียวในโลก ซึ่งประเพณีนี้จะจัดขึ้น ณ วัดไตรภูมิวัดโบสถ์ชนะมาร และ อุทยานเพชรบุระ โดยภายในงานก็จะมีกิจกรรมไฮไลท์ก็ คือ พิธีอุ้มพระดำน้ำ ร่วมด้วยกับการแสดงแสงสีเสียงของวัฒนธรรม คอนเสิร์ต และ การแข่งขันพายเรือทวนน้ำ พร้อมกับคาราวานสินค้า และ เทศกาลอาหารอร่อยมากมาย จึงนับได้ว่าเป็นอีกประเพณีหนึ่งที่เป็นประเพณีสำคัญ และ มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

อุ้มพระดำน้ำ ของจังหวัดเพชรบูรณ์

โดยประเพณีนี้ถือได้ว่าเป็นประเพณีที่มีความเก่าแก่เป็นอย่างมากของทางจังหวัดเพชรบูรณ์ และ มีการสืบทอดกันมาอย่างช้านานมากกว่า 400 ปี ซึ่งถือได้ว่าเป็นประเพณีหนึ่งเดียวในโลกโดยมีตำนาน และ ความเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธองค์มหาธรรมราชา ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองเพชรบูรณ์ โดยพระพุทธมหาธรรมราชาองค์จริงได้ทำการประดิษฐานอยู่ที่ วัดไตรภูมิ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องปางสมาธิ ซึ่งเป็นศิลปะลพบุรี(ศิลปะขอม) ปกติแล้วพระพุทธรูปปางนี้เรียกขานกันโดยทั่วไปว่า “พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา” แต่ในเฉพาะองค์นี้ได้มีการอัญเชิญมาอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ก็ได้มีการตั้งชื่อให้ใหม่ว่า “พระพุทธมหาธรรมราชา

ภายในงานจะมีผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์พร้อมด้วยกรรมการเมืองทั้ง 4 คือ เวียง วัง คลัง นา ได้ทำการร่วมอุ่มพระดำน้ำจำนวน 6 ครั้ง โดยครั้งแรก และ ครั้งที่ 2 จะทำพิธีอุ้มในทิศใต้ ส่วนครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 จะทำการอุ้มในทิศเหนือ โดยครั้งที่ 5 จะทำการอุ้มในทิศใต้ และ ครั้งที่ 6 จะทำการอุ้มในทิศเหนือ

ภายหลังจากเสร็จพิธีแล้วผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ และ ผู้ร่วมประกอบพิธีก็ได้ทำการแจกจ่ายเครื่องบวงสรวง กระยาสารท ข้าวต้มลูกโยน และ กล้วย ที่ได้ทำการผ่านพิธีอันเป็นมงคลให้แก่ประชาชน และ นักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานพิธีได้นำกลับไปรับประทานเพื่อเป็นการเสริมสิริมงคลให้แก่ตนเอง

ประเพณีอุ้มพระดำน้ำได้มีตำนานที่ถูกเล่าขานกันมาอย่างเป็นเวลานานว่าเป็นประเพณีหนึ่งเดียวในโลกของจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้ทำการออกไปหาปลาในแม่น้ำป่าสัก แต่อยู่มาวันหนึ่งเกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้น โดยกระแสน้ำในบริเวณวังมะขามแฟบได้มีพรายน้ำผุดขึ้นมาทีละน้อยจนดูคล้ายน้ำเดือด หลังจากนั้นก็เป็นวังวนดูดเอาองค์พระพุทธรูปองค์หนึ่งลอยขึ้นมาเหนือน้ำ จึงทำให้ชาวประมงต้องลงไปทำการอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่วัดไตรภูมิ แต่ในปีถัดมาตรงกับวันแรม 15 ค่ำเดือน 10 วันประเพณีสารทไทย พระพุทธรูปดังกล่าวได้หายไป ชาวบ้านจึงต่างพากันระงมมหาสุดท้ายก็ไปพบพระพุทธรูปกลางแม่น้ำป่าสัก ซึ่งอยู่ในบริเวณที่พบพระพุทธรูปองค์นี้ในครั้งแรกกำลังอยู่ในอาการดำผุดดำว่าย จึงได้ร่วมกันอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดไตรภูมิอีกครั้งหนึ่งพร้อมร่วมกันถวายนามว่า พระพุทธมหาธรรมราชา หลังจากนั้นในเวลาต่อมาในวันสารทไทย หรือ วันแรม 15 ค่ำเดือน 10 เจ้าเมืองเพชรบูรณ์ก็จะทำพิธีอัญเชิญมหาธรรมราชาลงมาประกอบพิธีดำน้ำอยากเป็นประจำทุกๆปีนั่นเอง

ตามความเชื่อของชาวเพชรบูรณ์นั้นมีความเชื่อกันว่าการจัดพิธีอุ้มพระดำน้ำจะทำให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล และ ทำให้ข้าวงอกงามพืชผลทางการเกษตรมีความเจริญสมบูรณ์ ซึ่งในการทำพิธีอุ้มพระดำน้ำก็จะต้องเป็นระดับผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาทำพิธี ซึ่งเปรียบเสมือนกับเป็นเจ้าเมืองในสมัยโบราณนั่นเอง

พิธีอุ้มพระดำน้ำในสมัยอดีตนั้นก็เริ่มจากเป็นพิธีที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นก่อนที่จะทำการยกระดับให้เป็นงานระดับเทศบาล และ งารระดับจังหวัด โดยจะมีการประชาสัมพันธ์ และ ทำการปรับเปลี่ยนรูปแบบของงานให้ดูสวยงาม และ มีความอลังการ และ สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นจนมาถึงงานในระดับประเทศ โดยในอนาคตก็อาจจะมีการผลักดันให้งานนี้ก้าวไกลไปอยู่ในระดับเอเชีย