ถือศีลกินผัก หรือ เทศกาลกินเจ มีที่มาที่ไป และ ข้อควรปฏิบัติอย่างไร

ถือศีลกินผัก หรือ เทศกาลกินเจ โดยตามประวัติแล้วนั้น เริ่มขึ้นเมื่อ 400 ปีที่แล้ว ซึ่งตามตำนานได้เล่าขานกันมาต่อๆกันว่าในยุคสมัยที่ ชาวจีน ถูกรุกราน โดยชนชาติ แมนจู ได้มีการบังคับให้ ชาวจีน นั้นทำการยอมรับในวัฒนธรรมของตน และ ในขณะเดียวกันนั้นมี คนจีนบางกลุ่ม ทำการรวมตัวกันเพื่อเข้าต่อต้านกับ ชาวแมนจู โดยมีการใช้หลักธรรมเข้ามาร่วมด้วย และ ยังพบว่า ชาวจีนกลุ่มนี้ ทำการนุ่งขาว-ห่มขาว ที่ไม่รับประทาน เนื้อสัตว์ อีกด้วยเช่นกัน ซึ่งชาวจีนกลุ่มนี้ยังมีความเชื่อว่าเป็นการประพฤติปฎิบัติตามแนวทางที่จะสามารถช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มของตน และ สามาร ต้านทานชาวแมนจูได้ 

ชาวจีนกลุ่มนี้เรียกตัวเองว่า “หงี่หั่วท้วง” เป็นกลุ่มชาวจีนที่รวมตัวกันเพื่อต่อต้าน ชาวแมนจูน ซึ่งเป็นชาวจีนกลุ่มหนึ่งที่มีความกล้าหาญเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่สามารถต้านทานชาวแมนจูได้ โดยเมื่อถึงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 ชาวจีนที่อยู่ภายใต้การปกครองของ ชาวแมนู ก็ได้พากัน ถือศีลกินผัก เพื่อทำการรำลึกถึงเหล่านักสู้ “หงี่หั่วท้วง” และ อีกความเชื่อหนึ่ง คือ เป็นการสักการะต่อพระพุธเจ้าในอดีตทั้ง 7 พระองค์ และ พระโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์ ซึ่งรวมกันแล้วเป็น 9 พระองค์ หรือเรียกกันว่า ดาวนพเคาระห์ทั้ง 9 นั่นเอง

ถือศีลกินผัก หรือ เทศกาลกินเจ มีข้อควรปฏิบัติอย่างไร

  • ควรชำระล้างร่างกายให้สะอาดตลอดช่วงงานประเพณี
  • ควรทำความสะอาด เครื่องครัว และ ทำการ แยกใช้กันคนละส่วนกับผู้ที่ไม่ได้ถือศีลกินผัก
  • ทำการสวมชุดขาวตลอดงานพิธี
  • ประพฤติตนให้ดี ทั้งทาง กาย วาจา และ ใจ
  • ห้ามบริโภคเนื้อสัตว์
  • ห้ามมีเพศสัมพันธุ์ในช่วงงานประเพณี
  • ห้ามดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และ ของมึนเมา ทุกชนิด
  • ผู้ที่อยู่ในระหว่างการไว้ทุกข์ไม่ควรเข้าร่วมงานพิธี
  • หญิงมีครรภ์ไม่ควรดูพิธีกรรมใดๆที่อยู่ในช่วงงานประเพณี
  • หญิงที่อยู่ในช่วงการมีประจำเดือนไม่ควรเข้าร่วมพิธีกรรมใดๆในช่วงงานประเพณี

ในประเพณี ถือศีลกินผัก หรือ งดเว้นจากการรับประทาน เนื้อสัตว์ และ อาหารที่ต้องห้ามแล้ว ก็ยังถือได้ว่าเป็นการร่วมกันสืบสานประเพณีอันดีงามของคนไทยเชื้อสายจีน และ ที่สำคัญยังมีการทำกิจกรรมอื่นๆอีกมากมายในตลอดเวลา 9 วัน โดยที่เรานัั้นสามารถเข้าร่วมปฎิบัติเพื่อการทำให้จิตใจ ผ่องใส และ เสริมบุญบารมี เพื่อเป็นสิริมงลให้แก่ตนเอง และ ครอบครัว อีกด้วย

การตั้งโต๊ะไหว้

  • ควรใช้โต๊ะสี่เหลี่ยมที่มี 4 ขา ตั้งหน้าบ้าน
  • มีการรองขาโต๊ะด้วยกระดาษทอง
  • ปูโต๊ะด้วยผ้าสีแดง หรือ ผ้าโต๊ะอุ้ยที่เป็นผ้าสีแดงปัก หรือ วาดลวดลายจีนอย่างสวยงาม
  • วางกระถางธูปตรงกลางโต๊ะ
  • ใช้เชิงเทียน 1 คู่ และ เทียนแดง 1 คู่ วาง ซ้าย-ขวา ข้างกระถางธูป
  • ใช้แก้วน้ำชา 9 แก้ว
  • ของไหว้มี ผลไม้ ลูกอม หรือ บ๊วย ผลไม้ที่ใช้ได้แก่ ส้ม กล้วย สับปะรด
  • ดอไม้ที่ใช้ คือ ดอดเบญจมาส ดอกบัวขาว
  • ควรมีกระถางจุดกำยาน และ กระดาษทอง ไว้ด้วยเช่นกัน

อาหารต้องห้าม

  • ผักที่มี กลิ่นฉุน 5 อย่าง ได้แก่ กระเทียม หลักเกียว หอมใหญ่ หอมแดง ต้นหอม กุยช่าย และ ใบยาสูบ
  • ไข่ นม เนย น้ำมัน น้ำผึ้ง หรือ ผลิตภัณฑ์ ที่มาจากสัตว์ ทุกชนิด
  • เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และ เครื่องดื่มมึนเมา ทุกชนิด
  • อาหารประเภทรสจัดมากๆไม่ว่าจะ เค็มจัด เปี้ยวจัด หวานจัด หรือ เผ็ดจัดก็ตาม

สามารถติดตามข่าวสารงานประเพณีของไทย หรือเล่น คาสิโนออนไลน์ ก็สามารถไปเล่นได้ที่เว็บ ufa.thai.co

ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *